การเลือกใช้อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ ให้เหมาะกับพื้นที่และความเสี่ยง

44 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การเลือกใช้อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ ให้เหมาะกับพื้นที่และความเสี่ยง


     การเลือกใช้อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ เป็นขั้นตอนสำคัญในการออกแบบระบบความปลอดภัยของอาคาร ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน โรงงาน คลังสินค้า หรืออาคารที่พักอาศัย การเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่ จะช่วยให้สามารถตรวจจับเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ลดความสูญเสีย และลดการแจ้งเตือนผิดพลาด (False Alarm) อุปกรณ์แต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้อุปกรณ์ชนิดเดียวกับทุกพื้นที่ได้

 

1. Smoke Detector (เครื่องตรวจจับควัน)


Smoke Detector เหมาะสำหรับพื้นที่ทั่วไป เช่น สำนักงาน อาคารพักอาศัย ทางเดิน หรือโรงแรม

จุดเด่น

  • ตรวจจับไฟคุกรุ่นได้รวดเร็ว
  • เหมาะกับพื้นที่สะอาดและมีการควบคุมสภาพแวดล้อม

ข้อควรระวัง

  • ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีฝุ่น ไอน้ำ หรือความชื้นสูง

2. Heat Detector (เครื่องตรวจจับความร้อน)

Heat Detector ทำงานเมื่ออุณหภูมิสูงถึงค่าที่กำหนด หรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เหมาะสำหรับ

  • ห้องครัว
  • ห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • โรงงานอุตสาหกรรม
  • ห้องหม้อไอน้ำ

ช่วยลดปัญหาการแจ้งเตือนผิดพลาดจากควันหรือไอน้ำที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

 

3. Multi-Sensor Detector (เครื่องตรวจจับหลายเซนเซอร์)

Multi-Sensor Detector รวมการตรวจจับควันและความร้อนไว้ในอุปกรณ์เดียว

ข้อดี

  • เพิ่มความแม่นยำในการตรวจับ
  • ลดการเกิด False Alarm

เหมาะกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงซับซ้อน

 

4. Gas Detector (เครื่องตรวจจับก๊าซ)

Gas Detector ใช้ตรวจจับก๊าซไวไฟหรือก๊าซที่เป็นพิษ

เหมาะสำหรับ

  • ห้องเครื่องจักร
  • ห้องครัวอุตสาหกรรม
  • พื้นที่อับอากาศ

ช่วยป้องกันเหตุไฟไหม้หรือการระเบิดก่อนเกิดการติดไฟ

 

5. Flame Detector (เครื่องตรวจจับเปลวไฟ)

Flame Detector ตรวจจับเปลวไฟโดยตรงผ่านเทคโนโลยี UV หรือ IR

เหมาะสำหรับ

  • พื้นที่อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
  • โรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
  • พื้นที่จัดเก็บเชื้อเพลิงไวไฟ

เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการการตอบสนองรวดเร็วต่อเปลวไฟโดยตรง

 

6. Beam Smoke Detector (เครื่องตรวจจับควันแบบลำแสง)

Beam Smoke Detector ตรวจจับควันแบบลำแสงในพื้นที่ขนาดใหญ่หรือเพดานสูง

เหมาะสำหรับ

  • คลังเก็บสินค้า
  • โรงงานอุตสาหกรรม
  • โถงอาคารเพดานสูง
  • ห้างสรรพสินค้า
  • สนามบิน อาคารผู้โดยสาร

สามารถตรวจจับควันในระยะทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

7. Aspirating Smoke Detector (ASD)

Aspirating Smoke Detector เป็นระบบดูดอากาศเพื่อตรวจจับควันในระดับเริ่มต้น

เหมาะสำหรับ

  • Data Center
  • ห้องไฟฟ้า
  • Clean Room
  • ห้องควบคุมระบบ

สามารถตรวจจับเหตุในระยะ Incipient Stage ก่อนเกิดควันหนาแน่น

 

8. Manual Call Point (MCP)

Manual Call Point เป็นอุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ มักติดตั้งตามทางหนีไฟและจุดทางออก

ช่วยให้ผู้ใช้อาคารสามารถแจ้งเหตุได้ทันที เมื่อพบเห็นเหตุเพลิงไหม้ก่อนที่ระบบอัตโนมัติจะตรวจจับได้

 

สรุป: การเลือกใช้อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ ต้องพิจารณาจากความเสี่ยง ไม่ใช่ราคา

การเลือกใช้อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่เหมาะสม ต้องพิจารณาจากประเภทพื้นที่ ลักษณะความเสี่ยง และสภาพแวดล้อม ไม่ใช่เลือกจากต้นทุนเพียงอย่างเดียว

การออกแบบระบบอย่างถูกต้องจะช่วยให้

  • ตรวจจับเหตุได้รวดเร็ว
  • ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  • ลดการแจ้งเตือนผิดพลาด
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบความปลอดภัย

หากต้องการคำแนะนำในการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับอาคารของคุณ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้เพื่อออกแบบระบบให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น

Powered by MakeWebEasy.com